เปิดแนวเวนคืนสายสีส้ม29ทำเล29สถานี
จัดเป็นหนึ่งในแผนเร่งผลักดันรถไฟฟ้า 10 สายของรัฐบาลสำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรีโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดการประกวดราคา การเวนคืนเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผน ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะก่อสร้างในปี 2557 และเปิดให้บริการประมาณปี 2561
++แนวเส้นทางผ่านย่านธุรกิจสำคัญๆ
สำหรับแนวเส้นทางมีทั้งทางยกระดับและใต้ดิน จำนวน 29 สถานี (ดูในแผนที่ประกอบ) โดยเริ่มจากสถานีบางขุนนนท์ ไปสิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนสุวินทวงศ์เขตมีนบุรี เนื่องจากเป็นโครงการรถไฟฟ้าที่ต้องใช้พื้นที่ใต้ดินจำนวนมากจึงต้องมีการเวนคืนที่ดิน จากเดิมจะใช้พื้นที่ประมาณ 20 ตร.ม.เพิ่มเป็น 200-300 ตร.ม. คาดว่าอาจต้องเพิ่มค่าเวนคืนอีกประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท จากเดิมกำหนดอยู่ที่ 10% ของวงเงินค่าก่อสร้าง หรือราว 17,000 ล้านบาท โดยพบว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือที่ดินหลายแปลงมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกับอีกหลายแปลงประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินและแหล่งการค้ามาหลายชั่วอายุคนกลับโดนเวนคืนไปในทันที
++เวนคืนส่อเอื้อตระกูลดัง
สำหรับพื้นที่จุดเวนคืนในแต่ละสถานีของรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตั้งแต่บางขุนนนท์-มีนบุรีที่ “ฐานเศรษฐกิจ” ลงพื้นที่ตรวจสอบพบและจากข้อมูลที่รฟม.เปิดเผยในการปฐมนิเทศให้ประชาชนทั้ง 3 ครั้งและข้อมูลจากการชี้แจงของกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร มีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้คือ สถานีบางขุนนนท์เวนคืนจำนวน 6,310 ตร.ม. สถานีศิริราช 5,000 ตร.ม. สถานีสนามหลวง 4,220 ตร.ม.สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4,115 ตร.ม. โดยภัตตาคารชื่อดังไซต์วอล์กราชดำเนินช่วงโค้งวงเวียนที่เปิดค้าขายมานานก็ถูกกำหนดเป็นพื้นที่เวนคืนกว่า 700 ตร.ม.
สถานีหลานหลวง 7,890 ตร.ม. ช่วงด้านหน้าชุมชนวัดสุนทรธรรมทานหรือวัดแคนางเลิ้งโดนเวนคืน มีทั้งที่เอกชนชื่อดังอย่าง “กุลธร” เจ้าของกุลธรเอ็นจิเนียริ่งและตระกูล “ดิศกุล” ที่ให้เช่าค้าขาย มีบางรายเพิ่งทำสัญญากับตระกูลดังกล่าว ทั้งๆที่อยู่ไม่ไกลจากสถานียมราชโดยชุมชนขอมีมติให้ยกเลิกการก่อสร้างสถานีหลานหลวงเพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นและยังอยู่ใกล้กับสถานียมราชไม่ถึง 500 เมตร สูญเสียงบประมาณจำนวนมาก
สถานียมราช 7,990 ตร.ม.ทำให้การค้าขายได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นโดยเป็นพื้นที่ทรัพย์สิน สถานีราชเทวี 9,140 ตร.ม.ร้านค้า อาคารพาณิชย์กว่า 20 คูหาโดนผลกระทบ สถานีประตูน้ำ 8,480 ตร.ม.อาคารพาณิชย์กว่า 5 คูหาโดนเวนคืน เช่น พื้นที่ด้านหน้าอาคารพันธุ์ทิพย์พลาซ่าและที่ดินตระกูล “ศรีวิกรม์” ก็โดนด้วย สถานีราชปรารภ 12,260 ตร.ม.ร้านค้าอาคารพาณิชย์ด้านหน้าโรงแรมอินทราโดนเวนคืนทั้งแถบแต่ดูเหมือนว่าช่วงด้านหลังพื้นที่เวนคืนดังกล่าวจะมีที่ดินตระกูล “พร้อมพัฒน์” นักการเมืองดังในรัฐบาลรอการพัฒนาอยู่ด้วย นอกเหนือจากจุดขึ้น-ลงด้านโรงแรมที่อาคารพาณิชย์ประมาณ 3-4 คูหาโดนเวนคืน
สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(รางน้ำ) 6,460 ตร.ม. ปั๊มน้ำมันและอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 ฝั่งโดนผลกระทบ สถานีดินแดง 13,500 ตร.ม. สถานีประชาสงเคราะห์ 26,100 ตร.ม.ชุมชนนับพันหลังคาเรือนโดนเวนคืน สถานีศูนย์วัฒนธรรม 22,300 ตร.ม. สถานีรฟม. 10,355 ตร.ม.สถานีประดิษฐ์มนูธรรม 19,570 ตร.ม. สถานีรามคำแหง 12 จำนวน 10,950 ตร.ม. ช่วงหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โดนผลกระทบทั้ง 2 ฝั่ง
สถานีรามคำแหง 14,110 ตร.ม. พื้นที่หน้าม.รามฯโดนเวนคืนทำจุด-ขึ้นลง สถานีราชมังคลา 8,200 ตร.ม. สถานีหัวหมาก 7,630 ตร.ม.อาคารพาณิชย์โดนบางส่วน สถานีลำสาลี 21,100 ตร.ม. ร้านค้า ที่อยู่อาศัยโดนเวนคืนไม่น้อยกว่า 10 คูหา สถานีศรีบูรพา 16,615 ตร.ม. ร้านค้าอาคารพาณิชย์โดนเวนคืน สถานีคลองบ้านม้า 21,610 ตร.ม.ร้านค้าอาคารพาณิชย์โดนเวนคืน
สถานีสัมมากร 7,830 ตร.ม. สวนด้านหน้าหมู่บ้านโดนเวนคืนเพื่อทำจุดขึ้น-ลง สถานีน้อมเกล้า 6,630 ตร.ม.ร้านอาหารและโชว์รูมรถยนต์ได้รับผลกระทบ สถานีราษฎร์พัฒนา 13,550 ตร.ม. พื้นที่ด้านหน้ามิสทินโดนเวนคืนพร้อมด้วยร้านค้า อาคารพาณิชย์ สถานีมีนพัฒนา 6,170 ตร.ม. ร้านค้าและลานด้านหน้าโลตัส เอ็กซ์เพรสได้รับผลกระทบ สถานีเคหะรามคำแหง 7,080 ตร.ม. สถานีมีนบุรี 280 ไร่
ทั้งนี้รถไฟฟ้าสายสีส้ม ระยะทาง 35.4 กม. มูลค่าก่อสร้างรวม 1.7 แสนล้านบาท ตามแผนจะเปิดประกวดราคาก่อนสร้างเฟส 1 ช่วง (สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ- สุวินทวงศ์) ก่อนภายในปี 2556 ทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จแล้ว วงเงินก่อสร้างช่วงเฟส 1 ประมาณ 8 – 9 หมื่นล้านบาท และจะเปิดให้บริการได้ในเดือนธันวาคม 2561
ส่วนเฟส 2 (ช่วงสถานีบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม) อยู่ระหว่างศึกษา EIA ตามแผนจะเปิดประกวดราคาในปี 2557 และเปิดให้บริการเดือนมิถุนายน 2562 แบ่งเป็นโครงสร้างใต้ดิน 26.2 กม. และโครงสร้างแบบยกระดับ 9.2 กม. มีสถานีรวม 29 สถานี แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 22 สถานีและสถานียกระดับ 7 สถานี ซึ่งจากการศึกษาพบว่าหากเปิดบริการในปี 2562 จะมีผู้โดยสารประมาณ 5.9 แสนคนต่อเที่ยวต่อวัน และปี 2602 ผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านคนต่อเที่ยวต่อวัน
โดยจากข้อมูลและข้อร้องเรียนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจะเห็นได้ชัดว่ารฟม.กันพื้นที่ไว้มากเกินความจำเป็นแทบทุกจุด นอกเหนือจากจุดขึ้น-ลงตามปกติ โดยอ้างว่าจะนำพื้นที่ดังกล่าวไปสร้างที่จอดรถและเปิดหน้าดินเพื่อก่อสร้างสถานี ซึ่งขัดแย้งกับรูปแบบที่รฟม.นำเสนอในการประชุมกมธ.คมนาคมที่พบว่ามีการออกแบบแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ไว้อย่างสวยหรูเพื่อหารายได้มาปลดหนี้สินรฟม.มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน คงต้องจับตาดูว่าการประมูลจะเป็นไปตามแผนหรือไม่เพราะกรณีประท้วงของประชาชนจำนวนมากนั่นเอง
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 3 – 6 มีนาคม 2556






